วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2559

ข่าวดีคนป่วยมะเร็ง ผอ.สถาบันไบโอเทคและเห็ด มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ประสบความสำเร็จ เพาะ “เห็ดกระถินพิมาน”


ข่าวดีคนป่วยมะเร็ง ผอ.สถาบันไบโอเทคและเห็ด มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ประสบความสำเร็จ เพาะ เห็ดกระถินพิมาน”  ที่มีสรรพคุณยับยั้งการโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับ และมะเร็งปอด ที่มีการซื้อขายกันถึงกิโลกรัมละกว่า  3  ล้านบาท  และยังประสบผลสำเร็จเพาะ เห็ดถั่งเช่าสีทองที่มีสรรพคุณเสริมสมรรถภาพทางเพศมากกว่าเห็ดถั่งเช่าธรรมดาถึง 2 เท่า ส่งออกขายต่างประเทศ กก.ละ 300,000-400,000 บาท เพื่อนำไปผลิตยาเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี มีการบรรยายพิเศษ เห็ดอาหารมหัศจรรย์พิชิตโรคร้าย มะเร็ง เบาหวาน ความดัน ลดอาการปวดเมื่อย จากนายอานนท์ เอื้อตระกูล ผอ.สถาบันไบโอเทคและเห็ด มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และ ผอ.สถาบันอานนท์ไบโอเทค อดีตผู้เชี่ยวชาญเห็ดอาวุโส องค์การการค้าโลกแห่งสหประชาชาติ นายอานนท์กล่าวว่า เห็ดมีโปรตีนสูงมาก ไม่มีไขมัน และยังหาได้ง่าย เห็ดในโลกนี้มีเป็นแสนชนิด ในจำนวนนี้มีประมาณ 200 ชนิดที่เป็นเห็ดพิษ หลายประเทศมองว่าเห็ดเป็นยา แต่ในประเทศไทยกลับมองว่าเห็ดเป็นเพียงอาหารเท่านั้น ทั้งที่ความจริง เห็ดหลายชนิดมีสรรพคุณเป็นยา ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ให้สามารถต่อสู้กับโรคต่างๆได้ โดยเฉพาะโรคที่ยังไม่มียารักษาให้หายขาดได้อย่างโรคมะเร็ง ก็พบว่ามีเห็ดบางชนิดที่มีสรรพคุณในการยับยั้งการโตและการขยายของเซลล์มะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีชีวิตได้ยาวนานมากขึ้นนายอานนท์กล่าวต่อไปว่า
สำหรับเห็ดที่มีสรรพคุณในการยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ เช่น เห็ดขอนช้อน เห็ดหลินจือ เห็ดกระถินพิมาน จะมีสารโพลีแซคคาไลน์ สารไตรโตรปินอย สารเนเชอรัลสเตอรอยด์ ที่เข้าไปช่วยยับยั้งการโตของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับ มะเร็งปอด ซึ่งเห็ดกระถินพิมานขณะนี้กำลังได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติมาก มีการซื้อขายกันในราคาประมาณกรัมละ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยจะตกอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณกว่า 3 ล้านบาท แต่น่าเสียดายมากเพราะแต่ก่อนเห็ดชนิดนี้พบแถว จ.สกลนคร และ อ.ภูเรือ จ.เลย แต่เนื่องจากคนไม่รู้ว่าเป็นเห็ด เพราะมีลักษณะเหมือนไม้แห้ง จึงนำเห็ดชนิดนี้ไปทำเป็นฟืน จึงถูกชาวต่างชาติในไทยนำเห็ดชนิดนี้ออกนอกประเทศไปผลิตเป็นยาเข้ามาขายในประเทศไทย จนขณะนี้หาเห็ดกระถินพิมานในไทยได้ยากมาก ตนได้ศึกษาวิจัยจนสามารถเพาะเห็ดกระถินพิมานได้ ที่สถาบันอานนท์ไบโอเทค นอกจากนี้ยังพบด้วยว่ามีเห็ดอีกหลายชนิด เช่น เห็ดขอนช้อน หรือเห็ดกระด้าง มีสรรพคุณในการยับยั้งเซลล์มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด เห็ดแครง มีสารสติโซไฟแรม มีฤทธิ์ต่อต้าน ยับยั้งมะเร็งปากมดลูก ประเทศญี่ปุ่นมีการนำเห็ดชนิดนี้ไปผลิตเป็นยาแล้วตั้งแต่ พ.ศ.2529นายอานนท์กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จในการเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทองด้วย โดยเห็ดถั่งเช่าสีทองจะมีสรรพคุณที่มากกว่าเห็ดถั่งเช่าปกติถึง 2 เท่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการช่วยให้กำลัง ช่วยให้การใช้ออกซิเจนในร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญยังช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศได้ดีกว่าเห็ดถั่งเช่าธรรมดาถึง 2 เท่า ขณะนี้ได้เพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง มีชาวต่างชาติติดต่อซื้อไปในราคากิโลกรัมละ 300,000-400,000 บาท เพื่อนำไปผลิตเป็นยา การนำเห็ดมาช่วยรักษาโรคต่างๆโดยเฉพาะโรคมะเร็งนั้น จะต้องนำเห็ดมาผ่านวิธีการหมักด้วยจุลินทรีย์ จะทำให้ได้ผลดีมากที่สุด อีกทั้งต้องมีการควบคุมอาหารประกอบกันด้วย การนำเห็ดมาช่วยรักษาโรคมะเร็งจึงจะได้ผล ส่วนเห็ดที่สามารถรับประทานได้ทันทีและมีผลต่อการรักษาโรคคือ เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม ที่จะมีสรรพคุณเรื่องของการลดความดัน ลดโคเลสเทอรอล และสารที่อยู่ในเห็ดยังทนความร้อนได้ เมื่อนำเห็ดชนิดนี้ไปประกอบอาหาร ก็ยังคงสรรพคุณในการรักษาโรคอยู่

ข้อมูลจาก http://www.thairath.co.th/content/282034

ข่าวดีคนป่วยมะเร็ง ผอ.สถาบันไบโอเทคและเห็ด มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ประสบความสำเร็จ เพาะ “เห็ดกระถินพิมาน”


ข่าวดีคนป่วยมะเร็ง ผอ.สถาบันไบโอเทคและเห็ด มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ประสบความสำเร็จ เพาะ เห็ดกระถินพิมาน”  ที่มีสรรพคุณยับยั้งการโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับ และมะเร็งปอด ที่มีการซื้อขายกันถึงกิโลกรัมละกว่า  3  ล้านบาท  และยังประสบผลสำเร็จเพาะ เห็ดถั่งเช่าสีทองที่มีสรรพคุณเสริมสมรรถภาพทางเพศมากกว่าเห็ดถั่งเช่าธรรมดาถึง 2 เท่า ส่งออกขายต่างประเทศ กก.ละ 300,000-400,000 บาท เพื่อนำไปผลิตยาเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข นนทบุรี มีการบรรยายพิเศษ เห็ดอาหารมหัศจรรย์พิชิตโรคร้าย มะเร็ง เบาหวาน ความดัน ลดอาการปวดเมื่อย จากนายอานนท์ เอื้อตระกูล ผอ.สถาบันไบโอเทคและเห็ด มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ และ ผอ.สถาบันอานนท์ไบโอเทค อดีตผู้เชี่ยวชาญเห็ดอาวุโส องค์การการค้าโลกแห่งสหประชาชาติ นายอานนท์กล่าวว่า เห็ดมีโปรตีนสูงมาก ไม่มีไขมัน และยังหาได้ง่าย เห็ดในโลกนี้มีเป็นแสนชนิด ในจำนวนนี้มีประมาณ 200 ชนิดที่เป็นเห็ดพิษ หลายประเทศมองว่าเห็ดเป็นยา แต่ในประเทศไทยกลับมองว่าเห็ดเป็นเพียงอาหารเท่านั้น ทั้งที่ความจริง เห็ดหลายชนิดมีสรรพคุณเป็นยา ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ให้สามารถต่อสู้กับโรคต่างๆได้ โดยเฉพาะโรคที่ยังไม่มียารักษาให้หายขาดได้อย่างโรคมะเร็ง ก็พบว่ามีเห็ดบางชนิดที่มีสรรพคุณในการยับยั้งการโตและการขยายของเซลล์มะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งมีชีวิตได้ยาวนานมากขึ้นนายอานนท์กล่าวต่อไปว่า
สำหรับเห็ดที่มีสรรพคุณในการยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ เช่น เห็ดขอนช้อน เห็ดหลินจือ เห็ดกระถินพิมาน จะมีสารโพลีแซคคาไลน์ สารไตรโตรปินอย สารเนเชอรัลสเตอรอยด์ ที่เข้าไปช่วยยับยั้งการโตของเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับ มะเร็งปอด ซึ่งเห็ดกระถินพิมานขณะนี้กำลังได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติมาก มีการซื้อขายกันในราคาประมาณกรัมละ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยจะตกอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณกว่า 3 ล้านบาท แต่น่าเสียดายมากเพราะแต่ก่อนเห็ดชนิดนี้พบแถว จ.สกลนคร และ อ.ภูเรือ จ.เลย แต่เนื่องจากคนไม่รู้ว่าเป็นเห็ด เพราะมีลักษณะเหมือนไม้แห้ง จึงนำเห็ดชนิดนี้ไปทำเป็นฟืน จึงถูกชาวต่างชาติในไทยนำเห็ดชนิดนี้ออกนอกประเทศไปผลิตเป็นยาเข้ามาขายในประเทศไทย จนขณะนี้หาเห็ดกระถินพิมานในไทยได้ยากมาก ตนได้ศึกษาวิจัยจนสามารถเพาะเห็ดกระถินพิมานได้ ที่สถาบันอานนท์ไบโอเทค นอกจากนี้ยังพบด้วยว่ามีเห็ดอีกหลายชนิด เช่น เห็ดขอนช้อน หรือเห็ดกระด้าง มีสรรพคุณในการยับยั้งเซลล์มะเร็งลำไส้ มะเร็งปอด เห็ดแครง มีสารสติโซไฟแรม มีฤทธิ์ต่อต้าน ยับยั้งมะเร็งปากมดลูก ประเทศญี่ปุ่นมีการนำเห็ดชนิดนี้ไปผลิตเป็นยาแล้วตั้งแต่ พ.ศ.2529นายอานนท์กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จในการเพาะเห็ดถั่งเช่าสีทองด้วย โดยเห็ดถั่งเช่าสีทองจะมีสรรพคุณที่มากกว่าเห็ดถั่งเช่าปกติถึง 2 เท่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการช่วยให้กำลัง ช่วยให้การใช้ออกซิเจนในร่างกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญยังช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศได้ดีกว่าเห็ดถั่งเช่าธรรมดาถึง 2 เท่า ขณะนี้ได้เพาะเห็ดถั่งเช่าสีทอง มีชาวต่างชาติติดต่อซื้อไปในราคากิโลกรัมละ 300,000-400,000 บาท เพื่อนำไปผลิตเป็นยา การนำเห็ดมาช่วยรักษาโรคต่างๆโดยเฉพาะโรคมะเร็งนั้น จะต้องนำเห็ดมาผ่านวิธีการหมักด้วยจุลินทรีย์ จะทำให้ได้ผลดีมากที่สุด อีกทั้งต้องมีการควบคุมอาหารประกอบกันด้วย การนำเห็ดมาช่วยรักษาโรคมะเร็งจึงจะได้ผล ส่วนเห็ดที่สามารถรับประทานได้ทันทีและมีผลต่อการรักษาโรคคือ เห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม ที่จะมีสรรพคุณเรื่องของการลดความดัน ลดโคเลสเทอรอล และสารที่อยู่ในเห็ดยังทนความร้อนได้ เมื่อนำเห็ดชนิดนี้ไปประกอบอาหาร ก็ยังคงสรรพคุณในการรักษาโรคอยู่

ข้อมูลจาก http://www.thairath.co.th/content/282034

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

หนอนตายหยาก ปีกผีเสื้อสมุนไพร ความหวังผู้ป่วย " มะเร็ง "

หนอนตายหยาก ปีกผีเสื้อสมุนไพร ความหวังผู้ป่วย " มะเร็ง "


สมุนไพร ความหวังผู้ป่วย " มะเร็ง "
หนอนตายหยาก ปีกผีเสื้อ
ชาวบ้านแตกตื่น แถวเขาพนมรุ้งบุรีรัมย์
เก็บขาย กก.ละ 250฿ รายได้เป็นกอบเป็นกำ
เชื่อว่ารักษา " มะเร็งปอดได้ "
เป็นพืชวงศ์ Leguminosae-Papilionoideae
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Christia vespertilionis Bakh. f.
ใบมีลักษณะคล้ายใบชงโค หรือปีกคล้ายผีเสื้อ ชาวบ้านนำใบหรือลำต้นมาใส่ในปลาร้าเพื่อป้องกันหนอนแมลงวัน และมีการนำไปใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืชในบางพื้นที่ ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
คนแถวบ้าน ไปเอ็กซเรย์ปอดหายไปข้างนึง
หมอบอกว่าเป็นมะเร็งปอดระยะที่ 3
เป็นชาวบ้าน ไม่มีเงิน เลยไปหาพระ
พระท่านแนะนำให้เอาต้นคิ้วนางไปทาน
คนแถวนี้เรียกคิ้วนาง (เพราะใบมันเหมือนคิ้ว)
แต่ที่จริงชื่อหนอนตายหยากใบปีกผีเสื้อ (bat grass)
เค้าหาตั้งนานกว่าจะเจอ ทานไป 1 เดือน ปอดกลับมาเป็นปกติ
ตอนนี้ทำงานในไร่ได้เป็นปกติ น่าอัศจรรย์มาก
ตามตำราฝรั่งและตำราจีน บอกว่า รักษาโรค ปวดข้อรูมาตอย โรคปอด
#มะเร็งปอด #มะเร็ง #หนอนตายอยาก #ปีกผีเสื้อ
#daun #rama #daunrama #หนอนตายหยากปีกผีเสื้อ


วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

โคกกระออม สมุนไพรไทยแก้ ข้ออักเสบ บรรเทาปวด แก้ไข้ รูมาตอยด์


โคกกระออม สมุนไพรไทยแก้ ข้ออักเสบ บรรเทาปวด แก้ไข้ รูมาตอยด์



ปราจีนบุรี
 บ้านเรานี้อุดมสมบูรณ์ดินดีจริงๆ ปลูกอะไรก็งาม โตเร็ว
โดยเฉพาะเจ้าต้น โคกกระออม ที่สวนมีเยอะเลยครับ ปีที่แล้วได้หว่านเมล็ดไว้
เกิดขึ้นเต็มไปหมด ว่าแล้วก็มาดูเจ้าต้น โคกกระออม  หน้าตาเป็นอย่างไร...????



 
(ต้นเล็กๆ หน้าตาคล้ายๆ กับเจ้าต้น มะระขี้นก ) ใบลองเคี้ยวดูขมนิดๆ ครับ เป็นพรรณไม้เถาขนาดกลาง ลักษณะของเถานั้นจะเป็นรูปห้าเหลี่ยม เถาจะโตเท่าก้านไม้ขีดไฟ หรือ จะเล็กกว่านั้นก็มีส่วยผิวของเถาจะเป็นสีเขียว เป็นเถาที่มีความยาวเลื้อยเกาะพันกันขึ้นไปบนต้นไม้ หรือตามกิ่งไม้ หรือเลื้อยไปตามพื้นดินและตรงข้อของเถานั้นจะมีมือสำหรับยึดเกาะ ใบรับประทานได้ ใช้ลวกจิ้ม
น้ำพริก




แก่ๆ ก็จะมีลูกกลมๆ น่ารักๆ แบบนี้นี่เองครับ 
หน้าตาลูกผลเจ้า โคกกระออม เป็นแบบนี้นะ..จำไว้ครับ.



น่ารักไหม ข้างในจะมีเมล็ด เวลาลูกแก่ๆ เมล็ดจะมีสีดำๆ ข้างใน




ลูกแก่ๆจัด จะร่วงหล่นลงใต้ต้น สีน้ำตาลเข้มๆ ครับ 
เราก็เก็บไว้มาขยายพันธุ์ได้เลยครับผม...



ประโชยน์และสรรพคุณของเจ้า ต้น โคกกระออม...มาดูกันมีอะไรบ้างครับ..

โคกกระออม นิยมใช้ทั้ง 5 ( ได้ทุกส่วนของต้น )
เถา ใช้รักษาอาการไข้จับ
ใบ ยาไทย มักจะใช้ใบสดนำมาตำพอกผี ในปันจาบหรือใช้เป็นยารักษาโรคหืด และรักษาอาการไอ
ดอก ใช้เป็นยารักษาโลหิตในอกให้ตก
ผล ใช้ดับพิษทั้งปวง และใช้บำรุงน้ำดี
เมล็ด ใช้รักษาไข้ขับเหงื่อ
ราก ใช้เป็นยาทำให้อาเจียนและเป็นยาระบาย นอกจากนี้ยังใช้เป็นยารักษาซึ่งเป็ต้อและรักษาพิษงูเห่สรรพคุณทางยา ใบต้มดื่มแก้หืด ต้นหรือเถาแก้ไอ ดอกขับโลหิต ผลดับพิษไฟลวกน้ำคั้นรากสดหยอดตาแก้ตาต้อ กากพอกแก้พิษแมลงพิษงู แพทย์จีนใช้ทั้งต้นต้มน้ำดื่มขับน้ำนมทำให้เกิดน้ำนม ระบายท้อง แก้โรคไขข้ออักเสบ สารสกัดใบทดลองกับหนูขาวสามารถลดความดันโลหิตและยับยั้งการอักเสบได้

โคกกะออมเป็นผัก พื้นบ้านที่มีรสขม บำรุงธาตุ ช่วยระบายท้องสามารถรับประทานสดๆ ก็ได้ หรือจะ นำไปเผาไฟเพื่อลดความขมใช้รับประทานได้เช่นกัน 


ปัจจุบันมีการนำไปใช้ทำเป็นยา คลีม เจล ลดการอักเสบ ลดอาการปวด ลดไข้ แก้อักเสบ ต้านเชื้อจุลินทรีย์ ด้วยนะครับ..


ขอบคุณข้อมูลจาก  “นายเกษตร” จาก ไทยรัฐออนไลน์
                                                            ป้าแมวขายเมล็ดพันไม้ 
วิกิพีเดีย




วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559

โด่ไม่รู้ล้ม สรรพคุณใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง


โด่ไม่รู้ล้ม สรรพคุณใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง ด้วยการใช้รากต้มเป็นน้ำดื่ม หรือใช้ดองเหล้าดื่มผสมเข้ากับสมุนไพรกำลังเสือโคร่งและม้ากระทืบโรง หรือจะใช้ใบต้มกับน้ำดื่มก็ได้ และนอกจากนี้ยังใช้ทั้งต้นของโด่ไม่รู้ล้ม นำมาตากแห้งแล้วหั่นเป็นฝอยใช้ผสมเข้ายาร่วมกับสมุนไพรอื่น ๆ คือ ต้นนางพญาเสือโคร่ง ม้ากระทืบโรง ลำต้นฮ่อสะพายควาย จะค่าน ตานเหลือง มะตันขอ เปลือกลำ หัวยาข้าวเย็น แก่นฝาง ไม้มะดูก และข้าวหลามดง นำมาต้มเป็นน้ำดื่มเป็นยาบำรุงก็ได้เหมือนกัน (ราก,ใบ,ทั้งต้น)


เถาวัลย์เปรียง สรรพคุณและประโยชน์ของต้นเถาวัลย์เปรียง

เถาวัลย์เปรียง สรรพคุณและประโยชน์ของต้นเถาวัลย์เปรียง




เถาวัลย์เปรียงยาสมุนไพรแก้ปวดหลังปวดเอว ปวดข้อ พัฒนาเป็นยาแก้อักเสบแทนยาแผนปัจจุบัน (ไทยโพสต์)
          เถาวัลย์เปรียงเป็นยาสมุนไพรที่คนไทยรู้จักการใช้ประโยชน์มาเนิ่นนาน เป็นสมุนไพรที่พบทั่วไปทุกภาค สรรพคุณของยาที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์คือแก้อาการปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดเอว บำรุงกำลัง จึงมักนำมาต้มดื่ม หรือนำมาดองเหล้า คนเฒ่าคนแก่ คนที่ทำงานแบกหามหนัก หรือชาวไร่ชาวนา จึงมักมีเถาวัลย์เปรียงติดบ้านไว้ต้ม แต่ส่วนมากมักจะเน้นทางยาดองเหล้ามากกว่าเพื่อใช้แก้ไขอาการปวดเมื่อยจากการทำงาน

          กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้ทำการวิจัยสมุนไพรตัวนี้จนสำเร็จผล และพบว่า สรรพคุณตามที่วิจัยพบนั้นสอดรับกับภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านที่ใช้ ประโยชน์ในการแก้ปวดเมื่อย แก้การอักเสบของกล้ามเนื้อ ผลการทดลองระบุว่า สารสกัดจากลำต้นมีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวด ต้านการอักเสบ สามารถใช้แทนยาแก้อักเสบแผนปัจจุบันได้ ที่สำคัญไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเช่นเดียวกับยาแผนปัจจุบันที่มีสารสเตียรอยด์ ถือเป็นยาสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูง
          ผลพลอยได้จากงานวิจัยในครั้งนี้ยังพบว่า เถาวัลย์เปรียงมีสรรพคุณช่วยเพิ่ม ภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดขาว รักษาผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งสามารถต่อยอดนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยกลุ่มอื่น ๆ ได้ด้วย 
          อาการปวดหลังปวดเอว เชื่อว่าเกิดจากการทำงานหนักประเภทแบกหาม ตรากตรำ เพราะมักพบในกลุ่มชาวนาชาวไร่หรือผู้ใช้แรงงาน แต่จริง ๆ แล้วทุกวันนี้กลุ่มคนในทุกสาขาอาชีพก็ล้วนเผชิญกับปัญหาดังกล่าวนี้ อย่างกว้างขวาง ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขในระดับหนึ่งก็ได้ และก่อนหน้าที่จะมีการเปิดเผยถึงเถาวัลย์เปรียงที่นำมาใช้ในการรักษาอาการดังกล่าวนี้นั้น ประชาชนชาวไทยจำเป็นต้องใช้ยาที่มีสารสเตียรอยด์มานานมากแล้ว เถาวัลย์เปรียงจึงเป็นยาสมุนไพรที่มาถูกที่ถูกเวลาสอดรับกับปัญหาความเจ็บป่วยของประชาชนชาวไทยในขณะนี้ อย่างที่ภาษาวัยรุ่นเรียกว่าอินเทรนด์อย่างแรง

          พอกรมวิทยาศาสตร์ประกาศรับรองความปลอดภัย กลุ่มผู้ผลิตและจำหน่ายยาสมุนไพรก็ได้เฮ เร่งผลิตยาสมุนไพรเถาวัลย์เปรียงออกจำหน่ายทั้งในรูปแบบยาน้ำยาเม็ด ก็ถือเป็นนิมิตรอันดีในการพัฒนายาสมุนไพรบ้านเรา ก็ขอเพียงอย่าขายราคาแพงขูดรีดผู้ป่วย เพราะสนนราคาต้นทุนไม่ได้แพงมาก และถูกกว่ายาแผนปัจจุบันร่วม 10 เท่า ถ้าเอกชนและโรงพยาบาลชุมชนที่ผลิตยาสมุนไพรสามารถผลิตออกมาใช้ประโยชน์ให้สอดรับกับความต้องการในการดูแลรักษาสุขภาพของประชาชนได้ รัฐจะประหยัดเงินได้จำนวนมาก ประชาชนก็ไม่ต้องซื้อยาแพงและไม่เป็นอันตรายด้วย
          เถาวัลย์เปรียง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Derris scandens Benth. ชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ เรียกว่า เครือตาปา (โคราช), เครือเขาหนัง, เถาวัลย์เปรียง (ไทยภาคกลาง) เป็นพืชในวงศ์ : PAPILIONEAE เป็นพรรณไม้เถา ชอบเลื้อยพาดพันตามต้นไม้ใหญ่ ใบ เป็นใบประกอบ ลักษณะจะเป็นใบกลม และเล็กคล้ายใบของต้นอันชัน ใบจะหนาและแข็ง มีใบย่อยอยู่ประมาณ 7 ใบ
          ดอกจะออกเป็นช่อสีขาวห้อยลง ส่วนกลีบรองดอกเป็นสีม่วงดำ ตรงปลายกลีบดอกนั้นจะเป็นสีชมพูเรื่อ ๆ ดอกนั้นจะออกดกมาก และจะส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ เมล็ด (ผล) ผลนั้นจะออกเป็นฝักแบนเล็ก ๆ ภายในจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 2-4 เมล็ด พรรณไม้นี้ขึ้นง่าย มักขึ้นเองตามชายป่า และที่โล่งทั่ว ๆ ไป เนื้อไม้ในเถานั้นจะเป็นวง ๆ คล้ายเถาคันแดง เป็นพรรณไม้ที่มีมากที่สุดในประเทศไทย ใช้กันทุกจังหวัด
          ส่วนเถาและราก ใช้เป็นยา มีสรรพคุณดังนี้ เถา นำมากินจะมีรสเฝื่อนเอียนเล็กน้อย ใช้เป็นยาถ่ายเสมหะ ลงสู่ทวารหนัก ถ่ายเส้นและกษัย ถ่ายเส้นทำให้เส้นอ่อนและหย่อนดี รักษาเส้นเอ็นขอด รักษาปัสสาวะพิการ ขับปัสสาวะ และรักษาโรคบิด โรคไอ โรคหวัด ใช้เถานำมาหั่นตาก แล้วคั่วไฟชงน้ำกิน แทนน้ำชา ทำให้เส้นหย่อนรักษาอาการเมื่อยขบ ส่วนใหญ่แล้วมักนิยมใช้เถาวัลย์เปรียงแดง เพราะมีเนื้อไม้เป็นสีแดงเรื่อ ๆ ราก จะมีสารพวก flavonol ที่มีชื่อว่า scadenin, nallanin ใช้เป็นยาเบื่อปลา แต่ไม่มีคุณสมบัติในการใช้เป็นยาฆ่าแมลง ในตำรับยาไทยนั้นเขาใช้เป็นยารักษาอาการไข้ เป็นยาอายุวัฒนะ และขับปัสสาวะ